ในตลาดการเงินที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว นักลงทุนมืออาชีพไม่ได้พยายามทำกำไรอย่างเดียว แต่ใช้ความพยายามไม่น้อยในการ "ป้องกันการขาดทุน" ด้วย กลยุทธ์ที่ใช้คือ Hedge หรือการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งเป็นเทคนิคที่นักลงทุนสถาบัน กองทุน และบริษัทขนาดใหญ่ใช้รักษามูลค่าพอร์ตในยามตลาดผันผวน
บทความนี้จะอธิบายหลักการ Hedge และวิธีนำไปใช้กับพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนรายย่อย
Hedge คืออะไร?
Hedge หมายถึงการดำเนินการเพื่อลดหรือป้องกันความเสียหายจากการเคลื่อนไหวของราคาที่ไม่เป็นไปตามคาด โดยใช้สินทรัพย์หรือเครื่องมือที่มีลักษณะตรงข้ามกับสินทรัพย์ที่ถืออยู่ เปรียบเสมือนการซื้อประกันให้พอร์ต ผู้ทำ Hedge อาจเสียโอกาสกำไรบางส่วนแลกกับความสบายใจที่ขาดทุนน้อยลงเมื่อตลาดเคลื่อนไหวสวนทาง
4 วิธี Hedge ที่นักลงทุนรายย่อยใช้ได้
วิธีการ Hedge มีหลายระดับตั้งแต่พื้นฐานถึงขั้นสูง นักลงทุนสามารถเลือกใช้ตามประสบการณ์และความเข้าใจของตน
1.กระจายความเสี่ยงข้ามสินทรัพย์
วิธี Hedge ที่ง่ายที่สุดคือไม่ใส่ไข่ทุกฟองในตะกร้าใบเดียว การกระจายเงินไปลงในสินทรัพย์หลายประเภท เช่น หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ ช่วยให้พอร์ตไม่ผันผวนตามสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง เมื่อหุ้นลง ทองคำมักทรงตัวหรือขึ้น ทำให้พอร์ตโดยรวมยังพยุงไว้ได้
2.ตั้ง Stop Loss
การตั้งจุดตัดขาดทุนล่วงหน้าเป็นวินัยพื้นฐานที่ช่วยจำกัดการขาดทุนเมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทางคาดการณ์ นักลงทุนกำหนดราคาขายอัตโนมัติเมื่อหุ้นปรับลงถึงระดับที่ยอมรับไม่ได้ การมี Stop Loss ช่วยตัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจและรักษาเงินต้นไว้ลงทุนต่อ
ผู้ที่เพิ่งเริ่มลงทุนควรศึกษา 5 ความเสี่ยงในการเล่นหุ้นที่ต้องเตรียมตัวก่อนเพื่อเข้าใจรูปแบบความเสี่ยงที่ต้อง Hedge
3.ใช้ตราสารอนุพันธ์
นักลงทุนที่มีประสบการณ์สามารถใช้ Futures Options หรือ DW เพื่อ Hedge ความเสี่ยง เช่น การเปิดสัญญา Short SET50 Futures เพื่อชดเชยการขาดทุนจากพอร์ตหุ้นเมื่อตลาดปรับฐาน หรือใช้ Put Options เพื่อล็อกราคาขายขั้นต่ำของหุ้นที่ถืออยู่ การใช้อนุพันธ์ต้องเข้าใจกลไกอย่างถูกต้องเพราะเครื่องมือเหล่านี้มีความซับซ้อนสูงและใช้หลักประกัน
4.Hedge ความเสี่ยงค่าเงิน
นักลงทุนที่ลงทุนในต่างประเทศต้องเผชิญความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อเงินบาทแข็งค่า ผลตอบแทนเป็นเงินบาทอาจลดลงแม้สินทรัพย์ในต่างประเทศจะให้ผลตอบแทนดี การ Hedge ค่าเงินทำได้ผ่านสัญญาป้องกันความเสี่ยงกับธนาคารพาณิชย์ หรือเลือกกองทุนที่มีนโยบาย Currency Hedged
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Hedge
Q: การทำ Hedge มีต้นทุนหรือไม่?
A: มีต้นทุนทุกวิธี เช่น การกระจายสินทรัพย์อาจทำให้ผลตอบแทนรวมต่ำกว่าการถือสินทรัพย์ที่ขึ้นแรงเพียงตัวเดียว การใช้ Options ต้องจ่ายค่า Premium การ Hedge ค่าเงินมีค่าธรรมเนียม ต้นทุนเหล่านี้คือราคาของความสบายใจและการลดความเสี่ยง
Q: นักลงทุนมือใหม่ควรทำ Hedge เลยไหม?
A: ควรเริ่มจากวิธีพื้นฐานก่อน คือกระจายสินทรัพย์และตั้ง Stop Loss ก่อนจะก้าวไปสู่อนุพันธ์ ซึ่งต้องการความเข้าใจเชิงลึก การมีที่ปรึกษาการลงทุนช่วยแนะนำเครื่องมือที่เหมาะสมจะช่วยให้ Hedge ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วางแผน Hedge อย่างมั่นใจกับโบรกเกอร์มืออาชีพ
การ Hedge ที่ดีไม่ได้ทำเพื่อกำจัดความเสี่ยงทั้งหมด แต่เพื่อจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ความเข้าใจในเครื่องมือและสถานการณ์ตลาดคือกุญแจสำคัญ Yuanta Securities ในฐานะโบรกเกอร์หมายเลข 19 ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.
ด้วยประสบการณ์กว่า 49 ปี ในตลาดทุนไทย พร้อมให้บริการการลงทุนครบวงจร ตั้งแต่หุ้น TFEX DW จนถึงตราสารหนี้และกองทุนรวม ช่วยให้นักลงทุนเลือกเครื่องมือ Hedge ที่เหมาะกับเป้าหมายและความเสี่ยงของตนเองได้อย่างมั่นใจ
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในตราสารอนุพันธ์มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้ขาดทุนเกินกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น




