การวางแผนเตรียมลดหย่อนภาษี 2570 ไม่ใช่แค่การประหยัดเงิน แต่เป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาว โดยเฉพาะในปีนี้ที่มีการปรับเปลี่ยนหลายรายการ ทั้งแนวคิดบัญชี TISA ที่เป็นตัวเลือกใหม่ การปรับเพดานประกันสังคม รายการที่ยังคงใช้ได้ และมาตรการบางอย่างที่ต้องติดตามเงื่อนไขใหม่ 

บทความนี้จะพาคุณไปดูรายการเตรียมลดหย่อนภาษี 2570 ที่อัปเดตล่าสุด พร้อมเคล็ดลับวางแผนภาษีให้คุ้มค่าที่สุด เหมาะสำหรับมนุษย์เงินเดือนทุกระดับรายได้ที่ต้องการลดภาระภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

รายการเตรียมลดหย่อนภาษี 2570 ที่ใช้ได้จริง 

การเตรียมลดหย่อนภาษี 2570 แบ่งออกเป็น 5 หมวดหลัก คือ ค่าลดหย่อนส่วนตัว การลงทุนระยะยาว ประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ และการบริจาค โดยแต่ละหมวดมีเงื่อนไขและวงเงินที่แตกต่างกัน

หมวดส่วนตัวและครอบครัว 

รายการพื้นฐานที่ทุกคนใช้สิทธิได้โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม ได้แก่ ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท คู่สมรสไม่มีรายได้อีก 60,000 บาท บุตรคนละ 30,000 บาท (หรือ 60,000 บาทสำหรับบุตรคนที่สองเกิดตั้งแต่ปี 2561) และค่าอุปการะบิดามารดาที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปคนละ 30,000 บาท นอกจากนี้มนุษย์เงินเดือนยังใช้สิทธิลดหย่อนจากเงินสมทบประกันสังคมตามที่จ่ายจริงได้สูงสุดถึง 10,500 บาทต่อปีตามเพดานค่าจ้างใหม่ รายการเหล่านี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยลดเงินได้สุทธิก่อนคำนวณตาม “ตารางฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” การใช้สิทธิครบทุกรายการจะช่วยลดภาระภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ

กองทุนรวมและการลงทุนที่ใช้ลดหย่อนภาษี 2570 

1.RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) 

RMF ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการเตรียมลดหย่อนภาษี 2570 โดยสามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน กองทุนนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้างเงินออมระยะยาวเพื่อเกษียณ โดยต้องซื้ออย่างต่อเนื่องและถือจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และถือมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม ส่วนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่นายจ้างจัดให้ก็นับรวมในวงเงินลดหย่อนภาษีกลุ่มเกษียณเช่นกัน (ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง) โดยเมื่อรวม RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. กอช. และประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท หากคุณสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ RMF ว่ามีประเภทไหนบ้าง เหมาะกับใคร และมีเงื่อนไขอย่างไร อ่านได้ที่ “RMF คืออะไร? วิธีลงทุนกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพลดหย่อนภาษี”

2.Thai ESG (กองทุนเพื่อความยั่งยืน) 

Thai ESG เป็นกองทุนที่ลงทุนในธุรกิจไทยที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล โดยมีจุดเด่นคือได้วงเงินลดหย่อนแยกต่างหาก ไม่นับรวมกับเพดาน 500,000 บาทของกลุ่มเกษียณ สำหรับผู้ที่ใช้สิทธิยื่นภาษีต้นปี 2570 (จากเงินได้ปี 2569) สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท (ไม่เกิน 30% ของเงินได้) และถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันซื้อ ส่วนการลงทุนต่อเนื่องในปี 2570 แนะนำให้ติดตามประกาศต่ออายุมาตรการวงเงิน 300,000 บาทจากภาครัฐ หรือศึกษารายละเอียดเปรียบเทียบได้ที่ “เปรียบเทียบกองทุนลดหย่อนภาษี Thai ESG vs RMF”

3.บัญชี TISA (Thailand Individual Savings Account) 

สำหรับผู้ที่เตรียมลดหย่อนภาษี 2570 กระทรวงการคลัง สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ผลักดันบัญชีการออมและการลงทุนส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า TISA เพื่อรวมศูนย์วงเงินลดหย่อนภาษีไว้ในบัญชีเดียว (คาดการณ์เพดานรวม 600,000 ถึง 800,000 บาท) และมีแนวคิดเปิดกว้างให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในหุ้นไทยรายตัวหรือ ETF ภายใต้บัญชี TISA เพื่อลดหย่อนภาษีได้โดยตรง ซึ่งผู้เสียภาษีควรติดตามประกาศหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการ

ประกันภัยและดอกเบี้ยบ้าน 

1.ประกันชีวิตและประกันสุขภาพ 

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไปใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ส่วนประกันสุขภาพลดหย่อนได้ตามจ่ายจริงสูงสุด 25,000 บาท แต่เมื่อรวมกับประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท (และประกันสุขภาพบิดามารดาลดหย่อนได้อีกสูงสุด 15,000 บาท)

2.ประกันบำนาญ 

สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้หลังเกษียณ ประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า สามารถลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยแยกออกจากวงเงินประกันชีวิตทั่วไป 100,000 บาทแรก (แต่เมื่อรวมกับกลุ่มกองทุนเกษียณ RMF และ PVD ต้องไม่เกิน 500,000 บาท) ทำให้ผู้มีรายได้สูงสามารถใช้สิทธิเพิ่มได้อีกช่องทาง

3.ดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย

ผู้ที่ผ่อนบ้านสามารถนำดอกเบี้ยที่จ่ายจริงมาใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี โดยต้องมีหนังสือรับรองดอกเบี้ยจากสถาบันการเงิน รายการนี้ช่วยลดภาระภาษีให้กับเจ้าของบ้านได้อย่างมีนัยสำคัญ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 

Q: มาตรการ Easy E-Receipt (ช้อปดีมีคืน) ในปี 2570 จะมีไหม?

 A: มาตรการช้อปปิ้งลดหย่อนภาษีอย่าง Easy E-Receipt (หรือชื่อเดิมช้อปดีมีคืน) เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรายปีที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในช่วงต้นปีของแต่ละปี โดยกำหนดให้ใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ผู้เสียภาษีจึงควรวางแผนเตรียมลดหย่อนภาษี 2570 ผ่านกองทุนและประกันภัยไว้ก่อนโดยไม่รอพึ่งพามาตรการระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

Q: การบริจาคยังใช้ลดหย่อนภาษีได้ไหม? 

A: ได้ โดยเงินบริจาคการศึกษา การกีฬา และโรงพยาบาลรัฐ ลดหย่อนได้ 2 เท่า ส่วนเงินบริจาคทั่วไปลดหย่อนได้ตามจริง (รวมไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ) แต่ตั้งแต่ปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 การบริจาคต้องผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น ใบอนุโมทนาบัตรกระดาษไม่สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกต่อไป ผู้บริจาคควรตรวจสอบว่าหน่วยงานที่รับบริจาครองรับระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่

วางแผนภาษีให้คุ้มค่าตั้งแต่วันนี้ 

การเตรียมลดหย่อนภาษี 2570 มีทั้งรายการที่คงเดิมและรายการที่อัปเดตใหม่ การเข้าใจสิทธิประโยชน์ทั้งหมดจะช่วยให้คุณวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สิทธิพื้นฐานและประกันสังคมเพดานใหม่ การลงทุนในกองทุนรวม หรือการเตรียมตัวสำหรับบัญชี TISA ที่กำลังจะเริ่มใช้ สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นวางแผนและทยอยลงทุนสะสมตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงและใช้สิทธิให้ครบทุกรายการ การวางแผนภาษีที่ดีไม่เพียงช่วยประหยัดเงิน แต่ยังสร้างวินัยการออมที่นำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินระยะยาว พร้อมวางแผนลดหย่อนภาษี 2570 ให้ได้ประโยชน์สูงสุด? Yuanta Securities มีกองทุนรวม RMF และ Thai ESG จากกว่า 17 บลจ. ชั้นนำให้เลือกในบัญชีเดียว พร้อมทีมที่ปรึกษามืออาชีพคอยช่วยวิเคราะห์แผนภาษีที่เหมาะกับคุณ เปิดบัญชีออนไลน์ได้ที่ www.yuanta.co.th วันนี้ เพื่อเริ่มต้นสร้างความมั่นคงทางการเงินและลดภาระภาษีอย่างถูกต้อง

Open Account Yuanta