นักเทรดที่เคยเปิดกราฟหุ้นน่าจะคุ้นเคยกับเส้นยึกยือสองเส้นและแท่งภูเขาเล็กๆ ที่ปรากฏใต้กราฟราคา นั่นคือ MACD ซึ่งย่อมาจาก Moving Average Convergence Divergence อินดิเคเตอร์ที่ Gerald Appel พัฒนาขึ้นในปี 1979 และยังเป็นหนึ่งในเครื่องมือเทคนิคที่นักเทรดทั่วโลกนิยมใช้มากที่สุด บทความนี้จะอธิบายว่า MACD คืออะไร ส่วนประกอบมีอะไรบ้าง และจะอ่านสัญญาณจากอินดิเคเตอร์นี้ได้อย่างไร

MACD คืออะไร?

MACD คืออินดิเคเตอร์ที่ใช้วัดความสัมพันธ์ระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่สองเส้นเพื่อบอกทิศทางและความแรงของแนวโน้มราคา ทำงานโดยนำเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น 12 วัน ลบกับเส้นระยะยาว 26 วัน ผลลัพธ์ที่ได้สะท้อนว่าโมเมนตัมของราคากำลังเร่งตัวขึ้นหรือชะลอลง MACD เป็นทั้งเครื่องมือบอกเทรนด์และจุดซื้อ-ขายในเวลาเดียวกัน

องค์ประกอบสำคัญของ MACD

MACD ประกอบด้วยสามส่วนที่ทำงานร่วมกัน เข้าใจแต่ละส่วนได้จะอ่านสัญญาณแม่นขึ้นมาก

1.MACD Line, Signal Line และ Histogram

MACD Line คือเส้นหลักที่คำนวณจากผลต่างระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 12 วันและ 26 วัน เมื่อ MACD Line อยู่เหนือศูนย์แสดงว่าราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น เมื่ออยู่ใต้ศูนย์แสดงแนวโน้มขาลง ส่วน Signal Line คือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของ MACD Line ย้อนหลัง 9 วัน ใช้เป็นเส้นยืนยันสัญญาณ ขณะที่ Histogram คือแท่งภูเขาที่แสดงผลต่างระหว่าง MACD Line กับ Signal Line ช่วยให้เห็นโมเมนตัมได้ชัดเจน

2.สัญญาณซื้อและสัญญาณขาย

สัญญาณคลาสสิกของ MACD เกิดจากการตัดกันของสองเส้น สัญญาณซื้อเกิดเมื่อ MACD Line ตัด Signal Line ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อตัดในแดนติดลบ บ่งชี้ว่าแนวโน้มขาลงกำลังจบลงและราคาเริ่มกลับตัวขึ้น ส่วนสัญญาณขายเกิดเมื่อ MACD Line ตัด Signal Line ลง โดยเฉพาะในแดนบวก บ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นเริ่มอ่อนแรง

3.Divergence สัญญาณกลับตัว

MACD Divergence คือภาวะที่ราคากับ MACD เคลื่อนไหวสวนทางกัน เป็นสัญญาณที่นักเทรดมืออาชีพให้ความสำคัญสูง เช่น ราคาทำจุดสูงใหม่แต่ MACD ทำจุดสูงต่ำลง(Bearish Divergence) บ่งบอกว่าโมเมนตัมขาขึ้นกำลังหมดแรงและราคาอาจกลับตัวลงเร็วๆ นี้ ส่วน Bullish Divergence เกิดในทิศทางตรงข้าม คือราคาทำจุดต่ำใหม่แต่ MACD ทำจุดต่ำใหม่ที่สูงขึ้น บ่งชี้ว่าโมเมนตัมขาลงเริ่มอ่อนกำลังลงและราคามีโอกาสกลับตัวขึ้น

ข้อจำกัดและการใช้งานร่วมกับเครื่องมืออื่น

MACD เป็น Lagging Indicator ที่ส่งสัญญาณช้ากว่าราคาจริง เพราะคำนวณจากค่าเฉลี่ยในอดีต และในตลาด Sideway ที่ราคาแกว่งแคบ MACD มักให้สัญญาณหลอกบ่อย นักเทรดจึงควรใช้ MACD ร่วมกับเครื่องมืออื่น เช่น แนวรับ-แนวต้าน Volume หรือ RSI เพื่อกรองสัญญาณ MACD นิยมใช้ในการเทรด TFEX เพราะให้สัญญาณชัดเจนในสินทรัพย์ที่มีโมเมนตัมสูง นักเทรดที่อยากต่อยอดสามารถศึกษา5 กลยุทธ์เทรด TFEX สำหรับมือใหม่เพื่อนำ MACD ไปใช้กับ Futures และ Options

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MACD

Q: ค่าตั้งต้นของ MACD ปรับได้ไหม?

A: ปรับได้ ค่ามาตรฐาน 12, 26, 9 เหมาะกับนักเทรดทั่วไป นักเทรดระยะสั้นอาจปรับเป็น 5, 13, 6 เพื่อให้สัญญาณไวขึ้น ส่วนนักลงทุนระยะยาวอาจใช้ 19, 39, 9 เพื่อกรองสัญญาณรบกวนระยะสั้น ควรทดสอบกับสินทรัพย์ที่จะเทรดก่อนใช้จริง

Q: MACD ใช้ได้ในกรอบเวลาใดบ้าง?

A: MACD ใช้ได้ทุกกรอบเวลา ตั้งแต่ระดับนาทีไปจนถึงรายเดือน นักเทรดเดย์เทรดมักใช้กราฟ 5-15 นาที นักลงทุนระยะกลางใช้กราฟรายวัน ส่วนนักลงทุนระยะยาวใช้กราฟรายสัปดาห์ ยิ่งกรอบเวลายาว สัญญาณ MACD ยิ่งน่าเชื่อถือแต่เกิดน้อยลง

ใช้ MACD อย่างมีประสิทธิภาพกับเครื่องมือมืออาชีพ

MACD เป็นอินดิเคเตอร์ที่ทรงพลังและใช้งานง่ายที่นักเทรดควรมีในคลังเครื่องมือ แต่ความสำเร็จในการเทรดต้องอาศัยทั้งการอ่านสัญญาณที่ถูกต้องและแพลตฟอร์มที่รองรับการวิเคราะห์

Yuanta Securities ในฐานะโบรกเกอร์หมายเลข 19 ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ด้วยประสบการณ์กว่า 49 ปี ในตลาดทุนไทย พร้อมสนับสนุนนักเทรดด้วยแพลตฟอร์ม Streaming ที่รองรับ MACD และอินดิเคเตอร์อื่นๆ ครบครัน รวมถึงบริการเทรด TFEX ที่ทำให้นักลงทุนนำกลยุทธ์ MACD ไปใช้กับสินทรัพย์หลากหลายได้อย่างคล่องตัว

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคเป็นเพียงเครื่องมือช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่สิ่งยืนยันผลการลงทุน การลงทุนใน TFEX มีความเสี่ยงสูงและอาจขาดทุนเกินกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น

technicial-Footer-Blog