ถ้าพอร์ตของคุณหายไปครึ่งหนึ่ง ต้องทำกำไรเท่าไหร่ถึงจะกลับมาเท่าทุน? คำตอบไม่ใช่ครึ่งหนึ่ง แต่คือต้องทำให้เงินที่เหลือโตเป็นสองเท่า ความไม่สมมาตรนี้คือเหตุผลที่นักลงทุนมืออาชีพให้ความสำคัญกับ Drawdown หรือการยุบตัวของมูลค่าพอร์ตไม่แพ้ตัวเลขกำไร Drawdown บอกสิ่งที่ผลตอบแทนเฉลี่ยไม่เคยบอก นั่นคือระหว่างทางคุณต้องทนอะไรบ้าง บทความนี้จะพาไปดูวิธีอ่านค่า Drawdown ความหมายของ Maximum Drawdown และแนวทางควบคุมความเสียหายตั้งแต่ก่อนเกิด
Drawdown คืออะไร? สรุปให้เข้าใจใน 1 ย่อหน้า
Drawdown คือการลดลงของมูลค่าพอร์ตจากจุดสูงสุดที่เคยทำได้ (Peak) ลงไปยังจุดต่ำสุด (Trough) ก่อนที่พอร์ตจะกลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ ส่วน Maximum Drawdown คือครั้งที่ยุบตัวลึกที่สุดในช่วงเวลาที่วัด จึงถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงขาลงของกลยุทธ์หรือพอร์ตนั้น
ทำไมยิ่งขาดทุนลึก ยิ่งกลับมายาก
กลไกอยู่ที่ฐานการคำนวณที่เล็กลง เมื่อพอร์ตเสียหาย เงินที่เหลือน้อยลง การจะสร้างกำไรกลับมาเท่าเดิมจึงต้องใช้อัตราการเติบโตที่สูงกว่าอัตราที่เสียไปเสมอ
ลองดูตัวอย่างสมมติ พอร์ตเริ่มต้น 1,000,000 บาท หากยุบลงเหลือ 800,000 บาท คุณต้องหากำไรอีก 200,000 บาท ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสี่ของเงินที่เหลืออยู่ แต่ถ้าปล่อยให้ยุบลงไปเหลือ 500,000 บาท คุณต้องทำให้เงินก้อนที่เหลือโตเป็นสองเท่าเพื่อกลับมาที่จุดเดิม ระยะห่างระหว่างสองสถานการณ์นี้ต่างกันมหาศาล ทั้งที่บนกระดาษดูเหมือนแค่ "ขาดทุนมากขึ้นอีกหน่อย"
บทเรียนจากตัวเลขชุดนี้ตรงไปตรงมา การป้องกันไม่ให้ Drawdown ลึกตั้งแต่ต้น ใช้ต้นทุนน้อยกว่าการไล่กู้พอร์ตคืนทีหลังมาก
1.Drawdown บอกอะไรที่ผลตอบแทนไม่บอก
พอร์ตสองพอร์ตที่ปลายทางเติบโตใกล้เคียงกัน อาจมีเส้นทางระหว่างกลางต่างกันสิ้นเชิง พอร์ตหนึ่งอาจเคยยุบตัวลึกจนเจ้าของทนถือไม่ไหวและขายทิ้งกลางทาง อีกพอร์ตหนึ่งอาจขึ้นลงในกรอบที่รับได้ ค่า Drawdown จึงเป็นเครื่องมือประเมินว่ากลยุทธ์นั้น "ถือไหวหรือไม่" ไม่ใช่แค่ "ได้ผลหรือไม่"
นี่คือเหตุผลที่ตัวเลขนี้ปรากฏอยู่ในเอกสารประเมินระบบการลงทุนของโบรกเกอร์หลายราย ควบคู่ไปกับข้อมูลผลการดำเนินงานย้อนหลัง
2.ควบคุม Drawdown ทำได้ตั้งแต่ก่อนเข้าซื้อ
แนวทางที่ใช้ได้จริงมีอยู่ไม่กี่ข้อ แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ
- กำหนดขนาดการลงทุนต่อไม้ (Position Sizing) ไว้ล่วงหน้า ไม่เทน้ำหนักไปที่หลักทรัพย์ตัวเดียว
- ตั้งจุดตัดขาดทุนพร้อมกับแผนซื้อ ไม่ใช่ค่อยคิดตอนราคาลงแล้ว
- กระจายการลงทุนข้ามประเภทสินทรัพย์ที่ไม่เคลื่อนไหวไปทางเดียวกัน
- ระมัดระวังการใช้อัตราทดหรือเงินกู้ ซึ่งขยายทั้งกำไรและการยุบตัวของพอร์ต
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุผ่านเนื้อหาด้าน Money Management ว่าการกำหนดความเสียหายที่ยอมรับได้ล่วงหน้าคือหัวใจของการบริหารเงินลงทุน ส่วนใครที่อยากศึกษาเครื่องมือลดความเสี่ยงเชิงรุกเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ที่บทความวิธี Hedge ป้องกันความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Drawdown
Q: Drawdown ต่างจากการขาดทุนทั่วไปอย่างไร?
A: การขาดทุนวัดจากต้นทุนที่ซื้อมา แต่ Drawdown วัดจากจุดสูงสุดที่พอร์ตเคยทำได้ ดังนั้นพอร์ตที่ยังมีกำไรอยู่ก็เกิด Drawdown ได้ หากกำไรสะสมลดลงจากจุดพีค ตัวเลขนี้จึงสะท้อนความผันผวนระหว่างทางได้ตรงกว่าการดูกำไรขาดทุนสุทธิเพียงอย่างเดียว
Q: นักลงทุนระยะยาวจำเป็นต้องสนใจ Drawdown ไหม?
A: จำเป็น เพราะ Drawdown คือสิ่งที่ทดสอบว่าคุณจะอยู่กับแผนได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ หลายคนเลิกกลางทางไม่ใช่เพราะกลยุทธ์ผิด แต่เพราะเลือกความเสี่ยงเกินระดับที่ตัวเองรับไหว การรู้ล่วงหน้าว่าพอร์ตอาจยุบตัวได้แค่ไหน ช่วยให้ตั้งสัดส่วนสินทรัพย์ได้สมจริงตั้งแต่แรก
รู้จัก Drawdown ก่อนที่ตลาดจะสอนคุณเอง
Drawdown ไม่ใช่ตัวเลขที่มีไว้ให้กลัว แต่มีไว้ให้วางแผน เพราะทุกกลยุทธ์ล้วนมีช่วงที่ไม่เข้ากับตลาด คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะเกิดหรือไม่ แต่คือเกิดแล้วพอร์ตของคุณยังเดินต่อได้หรือเปล่า การเข้าใจคณิตศาสตร์ของการฟื้นตัวตั้งแต่วันนี้ จะเปลี่ยนวิธีกำหนดขนาดการลงทุนของคุณไปตลอด
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หมายเลข 19 และเป็นส่วนหนึ่งของ Yuanta Group พร้อมให้คำแนะนำผ่านที่ปรึกษาการลงทุน เพื่อช่วยคุณออกแบบพอร์ตที่มีระดับความเสี่ยงสอดคล้องกับเป้าหมายและความทนทานที่แท้จริง
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต





