ตราสารหนี้อเมริกาคือหลักทรัพย์หนี้ที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐหรือบริษัทในอเมริกา ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนไทยสามารถซื้อได้ 3 รูปแบบหลัก คือ US Treasury (รัฐบาล), Corporate Bond (บริษัท), และ Bond ETF (กองทุน) ผ่าน Yuanta Global Plus โดยมีผลตอบแทนปัจจุบันอยู่ที่ 4-4.7% ต่อปี 

  การลงทุนในตราสารหนี้อเมริกาช่วยกระจายความเสี่ยงจากหุ้นไทย ถือสินทรัพย์เป็นเงินดอลลาร์ และสร้างรายได้จากดอกเบี้ยที่แน่นอน บทความนี้จะอธิบายประเภทตราสาร ขั้นตอนการซื้อ ค่าใช้จ่าย ภาษี และความเสี่ยงที่ควรรู้

ตราสารหนี้อเมริกาคืออะไร ให้ผลตอบแทนอย่างไร

  ตราสารหนี้อเมริกามี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ 

  1.US Treasury - พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่มีความมั่นคงสูงสุด ให้ผลตอบแทน 4.09-4.70% และไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากอเมริกา

2.Corporate Bond - พันธบัตรบริษัทเอกชนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่มีความเสี่ยงเครดิตเพิ่มขึ้น

3.Bond ETF - กองทุนรวมตราสารหนี้ที่กระจายความเสี่ยงและซื้อขายสะดวกเหมือนหุ้น นักลงทุนสามารถเลือกได้ตามระดับความเสี่ยงและวัตถุประสงค์การลงทุนของตนเอง

ตราสารหนี้อเมริกามีกี่ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับใคร

1. US Treasury - ความมั่นคงสูงสุดจากรัฐบาลสหรัฐ

  US Treasury เป็นพันธบัตรที่ออกโดยกระทรวงการคลังสหรัฐ มีหลายอายุให้เลือก ได้แก่ 

  • Treasury Bills อายุน้อยกว่า 1 ปี 
  • Treasury Notes อายุ 2-10 ปี 
  • Treasury Bonds อายุ 20-30 ปี 

  โดยข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2025 พันธบัตรอายุ 10 ปี ให้ผลตอบแทนประมาณ 4.09% และพันธบัตรอายุ 30 ปี ให้ผลตอบแทนสูงถึง 4.70% ข้อดีสำคัญคือไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากอเมริกาเลย เพราะรัฐบาลสหรัฐยกเว้นภาษีให้นักลงทุนต่างชาติ

  ความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้เกือบเป็นศูนย์เพราะมีรัฐบาลสหรัฐรับประกัน เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงสูงสุดและยอมรับผลตอบแทนที่ปานกลาง

2. Corporate Bond - ผลตอบแทนสูงกว่า แต่มีความเสี่ยงเพิ่ม

  Corporate Bond คือพันธบัตรที่ออกโดยบริษัทเอกชนในอเมริกา ให้ผลตอบแทนสูงกว่า Treasury Bond เพราะมีความเสี่ยงเครดิตมากกว่า 

  หากบริษัทล้มละลายอาจไม่ได้รับเงินคืน นักลงทุนต่างชาติต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10-30% ขึ้นกับสนธิสัญญาภาษีระหว่างประเทศ 

  การลงทุนใน Corporate Bond ต้องศึกษาความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทผู้ออกตราสาร โดยดูจาก credit rating ที่ระดับ investment-grade หรือสูงกว่า เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงและยอมรับความเสี่ยงเครดิตได้

3. Bond ETF - สะดวกและกระจายความเสี่ยง

  Bond ETF เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้หลายตัว ซื้อขายได้ง่ายในตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้นทั่วไป ETF ยอดนิยมได้แก่ AGG และ BND ที่ลงทุนกระจายในตราสารหนี้อเมริกาหลากหลายประเภท ให้ผลตอบแทนประมาณ 3.2-4% หรือ TLT ที่เน้นพันธบัตรระยะยาว 20 ปีขึ้นไป 

  ข้อดีคือกระจายความเสี่ยงอัตโนมัติและไม่ต้องเลือกตราสารเอง แต่ข้อเสียคือดอกเบี้ยที่ได้รับจาก ETF จะถูกจัดเป็น dividend ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10-30% ไม่ได้รับการยกเว้นเหมือน Treasury ที่ซื้อโดยตรง เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการความสะดวกและไม่อยากศึกษารายละเอียดตราสารแต่ละตัว

5 ขั้นตอนซื้อตราสารหนี้อเมริกาผ่าน Yuanta Global Plus

  1. เปิดบัญชี Global Trading - ลูกค้าเดิมของ Yuanta สามารถ request เปิดบัญชีผ่าน E-Service ลูกค้าใหม่กรอกแบบฟอร์มเปิดบัญชีและเอกสาร W-8BEN เพื่อยืนยันสถานะเป็นนักลงทุนต่างชาติ ดูขั้นตอนละเอียดได้ที่นี่

  2. ฝากเงินบาทและแลกเป็นดอลลาร์ - แจ้งจำนวนเงินบาทที่ต้องการแลกเป็นดอลลาร์ในวัน T-1 บริษัทจะจองอัตราแลกเปลี่ยนให้และโอนเงินออกในวัน T โดยปกติเงินดอลลาร์จะเข้าพอร์ตภายใน 1-3 วันทำการ ค่าธรรมเนียมการโอนเงินไม่เกิน 700 บาทต่อครั้ง แล้วค่าธรรมเนียมปกติเท่าไหร่

3. เลือกตราสารที่ต้องการลงทุน - ศึกษาและเลือกว่าจะลงทุนใน US Treasury, Corporate Bond หรือ Bond ETF ตัวไหน โดยพิจารณาจากอายุตราสาร ผลตอบแทนที่ต้องการ และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ สำหรับ Bond ETF สามารถดู ticker symbol เช่น AGG BND หรือ TLT

4. ส่งคำสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์ม - ตลาดหลักทรัพย์อเมริกาเปิดทำการเวลา 21:30-04:00 น. ตามเวลาไทย ระบุชื่อตราสารและจำนวนที่ต้องการซื้อ การซื้อขายจะ settle ภายใน T+2

5. รับดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน - US Treasury จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน Bond ETF จ่ายเป็น dividend รายเดือนหรือรายไตรมาส เงินจะเข้าบัญชีเป็นดอลลาร์และสามารถถอนกลับเป็นบาทได้ตามต้องการ

ค่าใช้จ่ายและภาษีที่ต้องรู้

  ค่าคอมมิชชั่นการซื้อขายผ่าน Yuanta Global Plus คิดที่ 0.05 เซนต์ต่อหุ้น ขั้นต่ำ 8 ดอลลาร์ต่อรายการ มีค่า SEC Fee เพิ่มเติม 0.0008% สำหรับรายการขายเท่านั้น ค่าธรรมเนียมการโอนเงินไปต่างประเทศไม่เกิน 700 บาทต่อครั้ง และค่าถอนเงินกลับประเทศไทยอีกไม่เกิน 700 บาท

  เรื่องภาษีมีความสำคัญมาก US Treasury ที่ซื้อโดยตรงไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากอเมริกาเลย เป็นข้อได้เปรียบสำคัญ ส่วน Corporate Bond และ Bond ETF ต้องเสียภาษี 10-30% ตามสนธิสัญญาภาษีไทย-อเมริกา นักลงทุนไทยยังต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยสำหรับดอกเบี้ยและกำไรจากการขายตามเกณฑ์ปกติ รวมถึงกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

  ความเสี่ยงที่ต้องระวังมี 2 ประการหลัก คือความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงจากค่าเงิน เมื่อธนาคารกลางสหรัฐขึ้นอัตราดอกเบี้ย ราคาตราสารหนี้ที่ถืออยู่จะลดลง โดยตราสารหนี้ระยะยาวอย่าง TLT จะผันผวนมากกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น ส่วนความเสี่ยงค่าเงินเกิดจากการที่ดอลลาร์อาจอ่อนค่าเมื่อเทียบกับบาท ทำให้ผลตอบแทนลดลงเมื่อคำนวณเป็นเงินบาท

คำถามที่พบบ่อย

Q: ตราสารหนี้อเมริกามีความเสี่ยงอย่างไร?

A: มี 2 ความเสี่ยงหลัก คือความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยและความเสี่ยงค่าเงิน อัตราดอกเบี้ยขึ้น 1% ราคาตราสารหนี้จะลง 6-17% ขึ้นกับ duration ของตราสาร ส่วนความเสี่ยงค่าเงินเกิดจากการที่ดอลลาร์อาจผันผวนเมื่อเทียบกับบาท 

  ปัจจุบัน US Treasury ให้ผลตอบแทน 4.09-4.70% ซึ่งสูงกว่าเงินฝากไทย แต่ต้องพิจารณาปัจจัยค่าเงินร่วมด้วย Yuanta มีทีมที่ปรึกษาการลงทุนช่วยวิเคราะห์จังหวะที่เหมาะสม

Q: ต้องเสียภาษีอย่างไร?

A: US Treasury ที่ซื้อโดยตรงไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากอเมริกา แต่ Corporate Bond และ Bond ETF ต้องเสียภาษี 10-30% นักลงทุนไทยต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยสำหรับดอกเบี้ยและกำไรจากการขายตามอัตราก้าวหน้า ต้องกรอกแบบ W-8BEN เพื่อยืนยันสถานะเป็นนักลงทุนต่างชาติกับโบรกเกอร์ ควรปรึกษาที่ปรึกษาภาษีเพื่อวางแผนภาษีที่เหมาะสม

Q: เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน?

A: เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากหุ้นไทย ถือสินทรัพย์เป็นดอลลาร์ และรับผลตอบแทนสม่ำเสมอ 4% ขึ้นไป โดยไม่ต้องเก็งกำไร US Treasury เหมาะกับนักลงทุนระมัดระวังที่ต้องการความมั่นคง ขณะที่ Bond ETF สะดวกกว่าสำหรับมือใหม่ ควรมีระยะเวลาลงทุนอย่างน้อย 1 ปี และยอมรับความผันผวนจากอัตราดอกเบี้ยและค่าเงิน ไม่เหมาะกับเงินฉุกเฉินที่ต้องใช้ในระยะสั้น

สร้างความมั่นคงให้พอร์ต ด้วยสินทรัพย์ระดับโลก

  ตราสารหนี้อเมริกาเป็นทางเลือกการลงทุนที่มอบความมั่นคงจากเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยผลตอบแทน 4% ขึ้นไปและความยืดหยุ่นในการเลือกประเภทตราสาร สามารถเป็นส่วนสำคัญของพอร์ตการลงทุนที่สมดุล ช่วยลดความเสี่ยงจากหุ้นและกระจายสกุลเงิน ความเข้าใจเรื่องภาษีและความเสี่ยงจะช่วยให้ตัดสินใจได้เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของแต่ละบุคคล การเลือกระหว่าง US Treasury Corporate Bond และ Bond ETF ขึ้นกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และความต้องการผลตอบแทน

  พร้อมสร้างพอร์ตการลงทุนที่มั่นคงด้วยตราสารหนี้อเมริกาแล้วหรือยัง Yuanta Securities พร้อมเป็นพันธมิตรการลงทุนของคุณด้วยประสบการณ์กว่า 49 ปี ใบอนุญาต ก.ล.ต. โบรกเกอร์หมายเลข 19 และทีมที่ปรึกษาการลงทุนมืออาชีพ เริ่มต้นง่ายๆ ที่ https://www.yuanta.co.th/

subscibe yuanta