คำถามยอดฮิตของคนวัยทำงานทุกคนคือ "ต้องเก็บเงินเท่าไหร่ถึงจะพอใช้หลังเกษียณ?" หลายคนรู้ว่าต้องเริ่มออม แต่ยังไม่รู้ตัวเลขเป้าหมายที่ชัดเจน

คำตอบคือ จำนวนเงินที่ต้องเก็บก่อนเกษียณขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่ายต่อเดือน จำนวนปีหลังเกษียณ และอัตราเงินเฟ้อ แต่มีสูตรคำนวณง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณเห็นภาพชัดขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปคำนวณเงินเกษียณพร้อมแนะนำวิธีลงทุนให้ถึงเป้าหมาย

สูตรคำนวณเงินเกษียณฉบับเข้าใจง่าย

เริ่มจากสูตรพื้นฐานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำ

เงินเกษียณที่ต้องมี = ค่าใช้จ่ายต่อเดือน × 12 × จำนวนปีหลังเกษียณ

ตัวอย่าง: หากคาดว่าหลังเกษียณจะใช้จ่ายเดือนละ 25,000 บาท และมีชีวิตอยู่อีก 20 ปีหลังเกษียณ เงินที่ต้องเก็บคือ 25,000 × 12 × 20 = 6,000,000 บาท นี่คือตัวเลขคร่าวๆ ที่ยังไม่รวมเงินเฟ้อ ซึ่งในความเป็นจริงอาจต้องมีมากกว่านี้

ทำไมเงินเฟ้อถึงสำคัญกับการเก็บเงินเกษียณ?

สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ เงินเฟ้อ (Inflation) ซึ่งทำให้ค่าของเงินลดลงทุกปี ของที่ราคา 100 บาทวันนี้ อีก 20 ปีข้างหน้าอาจราคาเกือบ 150 บาท หากเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ราวปีละ 2-3% หมายความว่า 6 ล้านบาทที่คำนวณได้จากสูตรข้างต้น อาจไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพจริงในอนาคต

นี่คือเหตุผลสำคัญที่การเก็บเงินเฉยๆ ในบัญชีออมทรัพย์อาจไม่ตอบโจทย์ เพราะดอกเบี้ยออมทรัพย์มักต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ เงินที่ฝากไว้จึงมีกำลังซื้อลดลงเรื่อยๆ ดังนั้นการนำเงินออมเกษียณไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน

3 ขั้นตอนวางแผนเก็บเงินก่อนเกษียณ

การเก็บเงินเกษียณไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากเริ่มวางแผนอย่างเป็นระบบตั้งแต่เนิ่นๆ

ขั้นตอนที่ 1 ประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ

ค่าใช้จ่ายหลังเกษียณโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 70-80% ของค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณ เพราะบางรายการจะหมดไป เช่น ค่าเดินทางไปทำงาน ค่าผ่อนบ้าน แต่ค่ารักษาพยาบาลมักเพิ่มขึ้นตามอายุ จึงควรเผื่อไว้ด้วย

ขั้นตอนที่ 2 คำนวณเงินที่ต้องเก็บต่อเดือน

เมื่อได้ตัวเลขเป้าหมายแล้ว ให้หารด้วยจำนวนเดือนที่เหลือก่อนเกษียณ เช่น ต้องการ 6 ล้านบาท อายุปัจจุบัน 30 ปี เกษียณอายุ 60 ปี มีเวลา 360 เดือน ต้องเก็บเดือนละประมาณ 16,700 บาท

ขั้นตอนที่ 3 นำเงินออมไปลงทุนให้เติบโต

การเก็บเงินอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะเงินเฟ้อจะกัดกินมูลค่าเงินออมทุกปี การนำเงินไปลงทุนจึงช่วยลดภาระในการเก็บเงินต่อเดือนลงได้มาก เพราะผลตอบแทนจากการลงทุนจะช่วยเร่งให้เงินเติบโตเร็วกว่าการฝากออมทรัพย์เพียงอย่างเดียว

ช่องทางลงทุนที่นิยมสำหรับเงินเกษียณ ได้แก่ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่ช่วยสร้างวินัยออมระยะยาวและยังลดหย่อนภาษีได้ กองทุน Thai ESG ที่ตอบโจทย์ทั้งผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงกองทุนรวมหุ้นและตราสารหนี้ที่สามารถปรับสัดส่วนตามอายุและความเสี่ยงที่รับได้

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนเกษียณอย่างไรให้เพียงพอสำหรับคนวัยทำงานทุกระดับรายได้

คำถามที่พบบ่อย

Q: แหล่งเงินเกษียณนอกจากเงินออมส่วนตัวมีอะไรบ้าง?

A: นอกจากเงินที่เก็บด้วยตัวเอง ยังมีแหล่งเงินอื่นๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพจากบริษัท เงินบำนาญจากประกันสังคม (สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป) และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แต่จำนวนเงินจากแหล่งเหล่านี้อาจไม่เพียงพอ จึงต้องมีเงินออมเพิ่มเติม

Q: อายุ 40 ปีแล้วเพิ่งเริ่มเก็บเงินเกษียณ สายเกินไปไหม?

A: ยังไม่สายเกินไป แม้จะมีเวลาน้อยกว่าคนที่เริ่มตั้งแต่อายุ 25 ปี แต่ยังสามารถใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกมากขึ้น เพิ่มสัดส่วนเงินออมต่อเดือน และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจาก RMF หรือ Thai ESG เพื่อเร่งสะสมเงินเกษียณให้ทันเวลา

เริ่มเก็บเงินวันนี้ เกษียณอย่างมีความสุขในวันหน้า

การเก็บเงินก่อนเกษียณไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้อายุมาก สิ่งสำคัญคือเริ่มต้นให้เร็วที่สุด ตั้งเป้าหมายให้ชัด และนำเงินออมไปลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

Yuanta Securities พร้อมเป็นพันธมิตรวางแผนเกษียณของคุณ ด้วยประสบการณ์กว่า 49 ปี ใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. และผลิตภัณฑ์ลงทุนที่ครบวงจร ทั้งกองทุนรวม RMF Thai ESG หุ้น และตราสารหนี้ ช่วยให้คุณวางแผนเก็บเงินเกษียณได้อย่างมั่นใจ

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

subscibe yuanta