เคยได้ยินคำว่า "ลงทุนด้วยเงินเย็นเท่านั้น" แต่ยังไม่แน่ใจว่าเงินเย็นคืออะไร แล้วต่างจากเงินที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างไร?

คำตอบสั้นๆ คือ เงินเย็นคือเงินที่แยกออกมาจากค่าใช้จ่ายจำเป็นทั้งหมดแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า จึงเหมาะกับการนำไปลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายวิธีสร้างเงินเย็น และแนะนำทางเลือกที่ทำให้เงินเย็นของคุณงอกเงย

เงินเย็น vs เงินร้อน ต่างกันตรงไหน?

เงินเย็นคือเงินออมที่ไม่มีภาระผูกพัน หากนำไปลงทุนแล้วเกิดขาดทุนชั่วคราว ก็ไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิต ในทางตรงข้าม เงินร้อน คือเงินที่ต้องใช้จ่ายในระยะสั้น เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าอาหาร หรือค่ารักษาพยาบาล หากนำเงินร้อนไปลงทุนแล้วตลาดปรับตัวลง อาจต้องขายขาดทุนเพราะต้องใช้เงิน

สร้างเงินเย็นได้อย่างไร? เริ่มจาก 3 ขั้นตอน

ก่อนจะลงทุนได้ ต้องมีเงินเย็นเสียก่อน หลักการสร้างเงินเย็นนั้นไม่ซับซ้อน เริ่มจากขั้นตอนแรกคือสำรองเงินฉุกเฉินให้ครบ 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายก่อน เงินส่วนนี้ควรเก็บไว้ในบัญชีที่ถอนได้ง่ายอย่างบัญชีออมทรัพย์ ต่อมาขั้นตอนที่สองคือแบ่งเงินเดือนทุกเดือนตามสูตร เช่น 

50-30-20 โดยแบ่ง 50% เป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น 30% เป็นค่าใช้จ่ายไลฟ์สไตล์ และอีก 20% สำหรับออมและลงทุน เงิน 20% ที่เก็บหลังจากมีเงินสำรองฉุกเฉินครบแล้ว นี่แหละคือเงินเย็นที่พร้อมนำไปต่อยอด ขั้นตอนสุดท้ายคือมีวินัยในการออมอย่างสม่ำเสมอ อย่าใช้เงินเย็นเพื่อสิ่งที่ไม่จำเป็น ยิ่งสะสมได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีทุนสำหรับกระจายลงทุนได้มากเท่านั้น

มีเงินเย็นเอาไปทำอะไรได้บ้าง? 5 ทางเลือกลงทุน

ก่อนเลือกช่องทางลงทุน ควรประเมินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เป้าหมาย และระยะเวลาที่ต้องการถือครอง ต่อไปนี้คือทางเลือกหลักๆ ที่เหมาะกับเงินเย็น

1. ลงทุนในหุ้น

เหมาะกับเงินเย็นที่ไม่ต้องใช้ภายใน 5 ปีขึ้นไป การลงทุนในหุ้นเปิดโอกาสรับผลตอบแทนทั้งจากส่วนต่างราคาและเงินปันผล แต่ต้องยอมรับความผันผวนในระยะสั้น ข้อดีของการใช้เงินเย็นลงทุนหุ้นคือคุณมีเวลารอให้ตลาดฟื้นตัวโดยไม่ต้องเร่งตัดสินใจ

2.ลงทุนในกองทุนรวม

กองทุนรวม (Mutual Fund) คือการรวมเงินจากนักลงทุนหลายรายมาลงทุนร่วมกัน โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพบริหารให้ เหมาะกับผู้ที่มีเงินเย็นแต่ยังไม่มีเวลาวิเคราะห์หลักทรัพย์ด้วยตนเอง มีให้เลือกตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำไปจนถึงสูง

3.ลงทุนในตราสารหนี้

ตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้บริษัทเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือสูง ให้ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยสม่ำเสมอและมีความผันผวนต่ำ เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการรักษาเงินต้นให้ปลอดภัย

4.ลงทุนผ่าน DR (Depositary Receipt)

สำหรับผู้ที่อยากกระจายเงินเย็นไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศ DR คือตราสารที่อ้างอิงหลักทรัพย์ต่างประเทศ ซื้อขายผ่านตลาดหุ้นไทยได้สะดวกด้วยเงินบาท

5.ลงทุนแบบ DCA

DCA (Dollar-Cost Averaging) คือการลงทุนเป็นงวดสม่ำเสมอ เช่น ทุกเดือน ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา เหมาะกับการเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินน้อยและค่อยๆ สะสมเงินเย็นไปพร้อมกัน หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกช่องทางไหน สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากสินทรัพย์ยอดนิยม 10 ประเภทที่เหมาะกับมือใหม่

สิ่งสำคัญคือควรกระจายเงินเย็นลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ไม่ควรเทเงินทั้งหมดไปในช่องทางเดียว

คำถามที่พบบ่อย

Q: มีเงินเย็นเท่าไหร่ถึงเริ่มลงทุนได้?

A: ไม่มีจำนวนขั้นต่ำตายตัว ปัจจุบันการลงทุนในกองทุนรวมเริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักร้อยบาท หรือลงทุนหุ้นผ่าน DCA ด้วยเงินหลักพันบาทต่อเดือน สิ่งสำคัญคือต้องแน่ใจว่ามีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายเสียก่อน

Q: ทำไมต้องใช้เงินเย็นลงทุน ใช้เงินร้อนไม่ได้หรือ?

A: การลงทุนด้วยเงินร้อนมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะหากตลาดปรับตัวลง คุณอาจถูกบังคับให้ขายในจังหวะที่ขาดทุน เนื่องจากต้องนำเงินไปใช้จ่ายจำเป็น เงินเย็นช่วยให้คุณมีเวลาและ "ใจเย็น" รอจังหวะที่เหมาะสม

เปลี่ยนเงินเย็นให้ทำงานแทนคุณ เริ่มลงทุนวันนี้

การปล่อยให้เงินเย็นนอนนิ่งอยู่ในบัญชีออมทรัพย์อาจทำให้เสียโอกาสสร้างผลตอบแทนและสูญเสียมูลค่าจากเงินเฟ้อ การนำเงินเย็นไปลงทุนอย่างชาญฉลาดคือการให้เงินทำงานแทนคุณ

Yuanta Securities พร้อมช่วยคุณเริ่มต้นลงทุนเงินเย็นอย่างมั่นใจ ด้วยประสบการณ์กว่า 49 ปี ใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. และเครื่องมือลงทุนที่ครอบคลุมทั้งหุ้น กองทุนรวม ตราสารหนี้ และ DR ในแพลตฟอร์มเดียว

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

Open Account Yuanta