ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน รถยนต์ไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล หรือระบบปัญญาประดิษฐ์ ทุกอย่างล้วนมี "ชิป" เป็นหัวใจอยู่เบื้องหลัง หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ จึงกลายเป็นกลุ่มที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา

โดยหมายถึงหุ้นของบริษัทในอุตสาหกรรมผลิตชิป ซึ่งเป็นวัตถุดิบพื้นฐานของเทคโนโลยียุคใหม่ตั้งแต่ AI ไปจนถึงอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน

ปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้กำลังอยู่ในช่วงเติบโตจากกระแส AI ที่นักวิเคราะห์บางส่วนเรียกว่า "ซูเปอร์ไซเคิล" (Supercycle)

บทความนี้จะพาไปเข้าใจว่าหุ้นเซมิคอนดักเตอร์คืออะไร ห่วงโซ่การผลิตชิปทำงานอย่างไร มีจุดเด่นและความเสี่ยงใด รวมถึงช่องทางที่นักลงทุนไทยเข้าถึงได้

หุ้นเซมิคอนดักเตอร์คืออะไร

หุ้นเซมิคอนดักเตอร์คือหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ผลิต หรือจัดหาอุปกรณ์สำหรับสร้างชิป ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่ประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทบทุกชนิด เมื่อความต้องการเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ความต้องการชิปก็เพิ่มตามไปด้วย

เจาะห่วงโซ่ชิป จุดเด่น และความเสี่ยงของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

1.ห่วงโซ่การผลิตชิป 3 กลุ่มหลัก

อุตสาหกรรมชิปแบ่งได้เป็นสามกลุ่มหลักที่ทำงานเชื่อมโยงกัน กลุ่มแรกคือบริษัทออกแบบชิป (Fabless) ที่เน้นออกแบบแต่ไม่มีโรงงานผลิตเอง กลุ่มที่สองคือโรงงานรับจ้างผลิต (Foundry) ที่รับผลิตชิปตามแบบให้แบรนด์ต่างๆ และกลุ่มที่สามคือผู้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับสายการผลิตชิป

จุดที่น่าสนใจคือโรงงานรับจ้างผลิตอย่าง TSMC มีบทบาทเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่ เพราะเป็นผู้ผลิตชิปให้กับแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำจำนวนมาก ตามบทวิเคราะห์อุตสาหกรรมของ Deloitte ที่ระบุว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์มีมูลค่าระดับล้านล้านดอลลาร์และเติบโตจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นแรงขับหลัก

2.ช่องทางเข้าถึงกลุ่มชิปสำหรับนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย การเข้าถึงกลุ่มนี้ทำได้ทั้งการซื้อหุ้นบริษัทชิปรายตัวในต่างประเทศ หรือกระจายทั้งกลุ่มผ่าน DR ที่อ้างอิงดัชนีซึ่งมีหุ้นชิปเป็นองค์ประกอบ เช่น TAIWAN19 ที่อ้างอิงตลาดไต้หวันซึ่งมีผู้ผลิตชิปรายใหญ่เป็นน้ำหนักหลัก หรือ QQQM19 ที่อ้างอิงดัชนี Nasdaq-100 โดยซื้อขายเป็นเงินบาทบนกระดานไทย

3.ความเสี่ยงของกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ต้องเข้าใจ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์มาพร้อมความเสี่ยงที่ต้องเข้าใจ

ประการแรกคืออุตสาหกรรมนี้เป็น "วัฏจักร" กล่าวคือ ราคาและกำไรของบริษัทมักขึ้นลงเป็นรอบตามภาวะความต้องการและกำลังการผลิต จึงอาจผันผวนแรงในบางช่วง

ประการที่สองคือความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งความตึงเครียดในภูมิภาคที่ห่วงโซ่การผลิตชิปกระจุกตัวอยู่ และมาตรการควบคุมการส่งออกชิประหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งกระทบตลาดปลายทางได้ 

ด้วยเหตุนี้การมองหุ้นชิปในฐานะการลงทุนเติบโตระยะยาว และประเมินคุณภาพของแต่ละบริษัทให้รอบคอบ จึงสำคัญกว่าการไล่ตามกระแสระยะสั้น หากอยากรู้หลักการประเมินหุ้นสำหรับการถือระยะยาว ศึกษาต่อได้ที่บทความ หุ้นที่น่าลงทุนระยะยาว ดูยังไง 5 เกณฑ์สำคัญที่มือใหม่ต้องรู้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ลงทุนหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ต้องซื้อหุ้นต่างประเทศไหม?

A: ส่วนใหญ่ใช่ เพราะบริษัทชิปชั้นนำจดทะเบียนในต่างประเทศ เช่น สหรัฐและไต้หวัน นักลงทุนไทยเข้าถึงได้ผ่านการซื้อหุ้นต่างประเทศโดยตรงผ่าน Yuanta Global Plus หรือผ่าน DR ที่อ้างอิงดัชนีที่มีหุ้นชิป เช่น TAIWAN19 หรือ QQQM19 ซึ่งซื้อขายเป็นเงินบาท ทั้งนี้มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องพิจารณา

Q: หุ้นเซมิคอนดักเตอร์เสี่ยงอะไรบ้าง?

A: กลุ่มนี้เป็นอุตสาหกรรมวัฏจักร ราคาและกำไรขึ้นลงตามรอบความต้องการ จึงอาจสวิงแรงในบางช่วง นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ เช่น มาตรการควบคุมการส่งออกและความตึงเครียดในภูมิภาคที่ห่วงโซ่การผลิตกระจุกตัว การกระจายการลงทุนและมองระยะยาวจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนได้

มองหุ้นเซมิคอนดักเตอร์เป็นเธมระยะยาว ไม่ใช่แค่กระแส

หุ้นเซมิคอนดักเตอร์เป็นประตูสู่การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของยุค AI แต่ด้วยธรรมชาติที่เป็นวัฏจักรและมีความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนจึงควรกระจายความเสี่ยงและเลือกช่องทางที่เหมาะกับเป้าหมายของตัวเอง

Yuanta Securities ในฐานะบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับ ใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. โบรกเกอร์หมายเลข 19 และเป็นส่วนหนึ่งของ Yuanta Group เปิดโอกาสให้ลงทุนหุ้นต่างประเทศได้สะดวกผ่าน Yuanta Global Plus ที่ global.yuanta.co.th เพื่อให้คุณเข้าถึงอุตสาหกรรมชิประดับโลกได้อย่างมั่นใจ

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

การลงทุนในหุ้นต่างประเทศมีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากอัตราแลกเปลี่ยนและกฎระเบียบของตลาดต่างประเทศ

Open Account Yuanta