ในโลกการลงทุนนอกเหนือจากหุ้นและตราสารหนี้ ยังมีเครื่องมือทางการเงินอีกประเภทที่นักลงทุนสถาบันและบริษัทขนาดใหญ่ใช้กันอย่างแพร่หลายเรียกว่า ตราสารอนุพันธ์ ซึ่งใช้ได้ทั้งเพื่อการเก็งกำไรและป้องกันความเสี่ยง ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าหุ้นแต่มีโอกาสได้กำไร-ขาดทุนสูงในเวลาเดียวกัน
บทความนี้จะอธิบายว่าตราสารอนุพันธ์คืออะไร มีกี่ประเภท และเหมาะกับนักลงทุนแบบไหน
ตราสารอนุพันธ์ คืออะไร?
ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) คือสินทรัพย์ทางการเงินที่มูลค่าของตัวเองขึ้นอยู่กับสินทรัพย์อื่นที่เรียกว่าสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) ซึ่งอาจเป็นหุ้น ดัชนี ทองคำ น้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน หรืออัตราดอกเบี้ย ตราสารอนุพันธ์เป็นสัญญาที่กำหนดเงื่อนไขการซื้อขายล่วงหน้า ทำให้คู่สัญญาสามารถบริหารความเสี่ยงด้านราคาในอนาคต หรือสร้างผลตอบแทนจากการเคลื่อนไหวของราคาได้
4 ประเภทหลักของตราสารอนุพันธ์
ตราสารอนุพันธ์แบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลักตามลักษณะของสัญญาและเงื่อนไขการใช้สิทธิ
1.Forwards
Forwards คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ตกลงกันระหว่างคู่สัญญาสองฝ่ายโดยตรงนอกตลาด (Over-the-Counter) ทั้งสองฝ่ายตกลงราคา จำนวน และวันส่งมอบในวันนี้ แต่จะส่งมอบจริงในอนาคต Forwards นิยมใช้กับการซื้อขายเงินตราต่างประเทศและสินค้าโภคภัณฑ์ จุดเด่นคือยืดหยุ่นปรับเงื่อนไขได้ตามคู่สัญญา แต่มีความเสี่ยงด้านคู่สัญญาเพราะไม่มีตลาดกลางคุ้มครอง
2.Futures
Futures มีลักษณะคล้าย Forwards แต่ซื้อขายในตลาดกลางที่มีมาตรฐาน เช่น TFEX (Thailand Futures Exchange) ทุกสัญญามีขนาด อายุ และเงื่อนไขที่ตลาดกำหนด ทำให้สภาพคล่องสูงและมีระบบหักกลบลบหนี้ลดความเสี่ยงคู่สัญญา ใน TFEX มีสินค้าหลายประเภท ได้แก่ SET50 Index Futures Single Stock Futures USD Futures และ Gold Futures
3.Options
Options คือสิทธิที่จะซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนดและภายในระยะเวลาที่กำหนด แตกต่างจาก Futures ตรงที่ผู้ถือสิทธิจะใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้ Options แบ่งเป็น Call Options คือสิทธิในการซื้อ และ Put Options คือสิทธิในการขาย ผู้ซื้อสิทธิต้องจ่ายค่า Premium ให้ผู้ขาย จุดเด่นคือผู้ซื้อจำกัดความเสียหายไว้ที่ค่า Premium ขณะที่กำไรไม่จำกัด
4.Swaps
Swaps คือสัญญาแลกเปลี่ยนกระแสเงินสดในอนาคต แบ่งเป็นสัญญา Interest Rate Swap คือแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยลอยตัวกับดอกเบี้ยคงที่ และ Currency Swap คือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ Swaps ส่วนใหญ่ใช้ในระดับสถาบันและบริษัทขนาดใหญ่เพื่อบริหารความเสี่ยงดอกเบี้ยและค่าเงินในระยะยาว
ทำไมนักลงทุนถึงใช้ตราสารอนุพันธ์?
ประโยชน์หลักของตราสารอนุพันธ์มีสองด้านที่ทำงานคู่กัน ด้านแรกคือใช้เพื่อเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคา โดยใช้เงินลงทุนน้อย วางหลักประกันเพียง 5-20% ของมูลค่าสัญญา ทำให้ผลตอบแทนเทียบกับเงินลงทุนสูง ด้านที่สองคือใช้ป้องกันความเสี่ยง เช่น นักลงทุนที่ถือพอร์ตหุ้นสามารถ Short SET50 Futures เพื่อชดเชยความเสียหายเมื่อตลาดปรับฐาน นักลงทุนที่อยากเริ่มเทรดอนุพันธ์สามารถศึกษาคู่มือเทรด Futures สำหรับมือใหม่เพื่อเข้าใจกลไกตลาดอย่างเป็นขั้นตอน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตราสารอนุพันธ์
Q: ตราสารอนุพันธ์เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่หรือไม่?
A: ตราสารอนุพันธ์มีความซับซ้อนและความเสี่ยงสูงกว่าหุ้น เนื่องจากผลตอบแทนและความเสียหายขยายผลด้วยกลไกหลักประกัน นักลงทุนมือใหม่ควรเริ่มจากการเข้าใจหุ้นและตราสารหนี้ก่อน แล้วศึกษาตราสารอนุพันธ์ผ่านบัญชีจำลองหรือเริ่มด้วยเงินจำนวนน้อยที่พร้อมยอมรับการขาดทุนได้
Q: ตราสารอนุพันธ์ที่นักลงทุนรายย่อยในไทยซื้อขายได้คืออะไรบ้าง?
A: นักลงทุนรายย่อยซื้อขาย Futures และ Options ผ่านตลาด TFEX ได้ และซื้อ Derivative Warrants (DW) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ ทั้ง Futures Options และ DW ต่างเป็นตราสารอนุพันธ์ที่มีลักษณะและความเสี่ยงต่างกัน ผู้ลงทุนควรศึกษาก่อนตัดสินใจ
เริ่มต้นลงทุนตราสารอนุพันธ์อย่างมั่นใจ
ตราสารอนุพันธ์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง ให้ทั้งโอกาสทำกำไรและช่องทางป้องกันความเสี่ยง แต่ต้องการความรู้ความเข้าใจในกลไกอย่างถูกต้อง
การเริ่มต้นจึงควรอยู่ภายใต้การแนะนำของโบรกเกอร์ที่มีประสบการณ์ Yuanta Securities ในฐานะโบรกเกอร์หมายเลข 19 ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ด้วยประสบการณ์กว่า 49 ปี ในตลาดทุนไทย ให้บริการตราสารอนุพันธ์ครบวงจร ทั้งบัญชี TFEX สำหรับ Futures และ Options การลงทุน DW รวมถึงเครื่องมือวิเคราะห์ผ่านแพลตฟอร์ม Streaming ที่ช่วยให้นักลงทุนวิเคราะห์และส่งคำสั่งได้สะดวก
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในตราสารอนุพันธ์มีความเสี่ยงสูงและอาจทำให้ขาดทุนเกินกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น เนื่องจากกลไกหลักประกัน ผู้ลงทุนควรประเมินความเสี่ยงและความสามารถทางการเงินของตนเองก่อนเริ่มลงทุน




