ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอยู่ในระดับต่ำ นักลงทุนหลายคนหันมาสนใจหุ้นกู้ด้อยสิทธิมากขึ้น เพราะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากธนาคารอย่างชัดเจน แต่ที่ทำให้หลายคนลังเลคือคำถามว่า "ความเสี่ยงหุ้นกู้ประเภทนี้สูงขนาดไหน?"

จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า มูลค่าการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิในตลาดไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากสถาบันการเงินที่ต้องการเสริมฐานเงินกองทุนตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจถึงลักษณะเฉพาะของหุ้นกู้ด้อยสิทธิ วิเคราะห์ความเสี่ยงที่แท้จริง และแนะนำวิธีการประเมินว่าหุ้นกู้แบบไหนน่าสนใจสำหรับพอร์ตการลงทุนของคุณ เพื่อให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วนและเหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

หุ้นกู้ด้อยสิทธิคืออะไร และต่างจากหุ้นกู้ทั่วไปอย่างไร

  หุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Debenture) เป็นตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษคือ มีลำดับการชำระหนี้ต่ำกว่าหุ้นกู้ทั่วไปและเจ้าหนี้สามัญอื่นๆ แต่สูงกว่าผู้ถือหุ้น หากบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ประสบปัญหาทางการเงินหรือล้มละลาย ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิจะได้รับเงินคืนหลังจากที่เจ้าหนี้อื่นๆ ได้รับเงินครบถ้วนแล้ว

ความแตกต่างหลักระหว่างหุ้นกู้ด้อยสิทธิกับหุ้นกู้ทั่วไปมีดังนี้

1. ลำดับการชำระหนี้: หุ้นกู้ทั่วไปจะได้รับการชำระหนี้ก่อนหุ้นกู้ด้อยสิทธิ 

2. อัตราดอกเบี้ย: หุ้นกู้ด้อยสิทธิมักให้ดอกเบี้ยสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไป เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น 

3. การนับเป็นเงินกองทุน: สำหรับสถาบันการเงิน หุ้นกู้ด้อยสิทธิสามารถนับเป็นส่วนหนึ่งของเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้

ประเภทของหุ้นกู้ด้อยสิทธิในตลาดไทย

ตลาดไทยมีหุ้นกู้ด้อยสิทธิหลายประเภท ได้แก่

  • หุ้นกู้ด้อยสิทธิของธนาคาร เพื่อเสริมฐานเงินกองทุน
  • หุ้นกู้ด้อยสิทธิของบริษัทหลักทรัพย์ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน
  • หุ้นกู้ด้อยสิทธิของบริษัทประกันภัย เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจ

ความเสี่ยงหลักของหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นักลงทุนต้องรู้

  การลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิมีความเสี่ยงหุ้นกู้ที่สูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไป นักลงทุนควรเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้อย่างรอบด้าน

1. ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)

  ความเสี่ยงหลักของหุ้นกู้ด้อยสิทธิคือ ความเสี่ยงที่บริษัทผู้ออกอาจไม่สามารถชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นคืนได้ตามกำหนด เนื่องจากลำดับการชำระหนี้ที่ต่ำกว่า ผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิจึงมีโอกาสสูญเสียเงินลงทุนมากกว่าผู้ถือหุ้นกู้ทั่วไป

2. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

  หุ้นกู้ด้อยสิทธิส่วนใหญ่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดรอง ทำให้การซื้อขายก่อนครบกำหนดมีความยากลำบาก นักลงทุนอาจต้องถือจนครบกำหนดหรือขายในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่า

3. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)

  เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มขึ้น ราคาของหุ้นกู้ด้อยสิทธิจะลดลง หากนักลงทุนต้องการขายก่อนครบกำหนด อาจต้องยอมรับผลขาดทุน

4. ความเสี่ยงจากการเรียกคืนก่อนกำหนด (Call Risk)

  หุ้นกู้ด้อยสิทธิบางตัวมีสิทธิให้ผู้ออกเรียกคืนก่อนกำหนด หากอัตราดอกเบี้ยตลาดลดลง บริษัทอาจเรียกคืนหุ้นกู้ และนักลงทุนต้องนำเงินไปลงทุนใหม่ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า

วิธีวิเคราะห์และเลือกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่เหมาะสม

  การเลือกลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิต้องวิเคราะห์อย่างรอบคอบ ด้วยขั้นตอนดังนี้

1. ศึกษาฐานะการเงินของผู้ออกหุ้นกู้

ตรวจสอบงบการเงิน อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น

  • อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio)
  • อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA)
  • อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio)
  • กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

2. เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยกับความเสี่ยง

พิจารณาว่าอัตราดอกเบี้ยที่เสนอคุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ต้องรับหรือไม่ โดยเปรียบเทียบกับ:

  • หุ้นกู้ทั่วไปของบริษัทเดียวกัน
  • หุ้นกู้ด้อยสิทธิของบริษัทในธุรกิจเดียวกัน
  • พันธบัตรรัฐบาล (Risk-free rate)

3. อ่านข้อกำหนดและเงื่อนไขอย่างละเอียด

ใส่ใจรายละเอียดสำคัญ เช่น

  • ระยะเวลาครบกำหนด
  • ความถี่ในการจ่ายดอกเบี้ย
  • เงื่อนไขการเรียกคืนก่อนกำหนด
  • เหตุการณ์ผิดนัด (Event of Default)

4. ประเมินความเหมาะสมกับพอร์ตลงทุน

พิจารณาสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิให้เหมาะสมกับ:

  • ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • เป้าหมายการลงทุน
  • ระยะเวลาการลงทุน
  • สภาพคล่องที่ต้องการ

5. ติดตามสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ

หลังจากลงทุนแล้ว ควรติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานของบริษัทผู้ออกอย่างสม่ำเสมอ

ข้อควรระวังและข้อควรพิจารณาสำคัญ

ก่อนตัดสินใจลงทุนในหุ้นกู้ด้อยสิทธิ นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับประเด็นต่อไปนี้

  • อย่าลงทุนเกินความสามารถ - เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง ไม่ควรใช้เงินส่วนใหญ่หรือเงินที่จำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น
  • ตรวจสอบเครดิตเรทติ้ง - หุ้นกู้ที่มีเครดิตเรทติ้งต่ำ แม้จะให้ดอกเบี้ยสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงตามไปด้วย
  • เข้าใจข้อจำกัดในการซื้อขาย - หุ้นกู้ด้อยสิทธิส่วนใหญ่ไม่สามารถขายได้ง่ายก่อนครบกำหนด
  • พิจารณาผลกระทบทางภาษี - ดอกเบี้ยจากหุ้นกู้ต้องเสียภาษี ควรคำนวณผลตอบแทนหลังหักภาษีด้วย

 

  หุ้นกู้ด้อยสิทธิเป็นเครื่องมือการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากธนาคาร แต่มาพร้อมกับความเสี่ยงหุ้นกู้ที่สูงกว่าตราสารหนี้ทั่วไป การเข้าใจลักษณะเฉพาะ วิธีการวิเคราะห์ และข้อควรระวังจะช่วยให้นักลงทุนเลือกหุ้นกู้แบบไหนน่าสนใจได้อย่างเหมาะสมกับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุนของตนเอง

  สิ่งสำคัญคือการไม่ลงทุนเกินขีดความสามารถ การกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และการติดตามสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ หากคุณสนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้หรือต้องการคำปรึกษาเฉพาะบุคคล ติดต่อทีมที่ปรึกษาการเงินของเราเพื่อรับการวิเคราะห์พอร์ตการลงทุนแบบครบวงจร

คำเตือน: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ผู้อ่านควรปรึกษาที่ปรึกษาทางการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

Leadform.webp