เมื่อพูดถึงการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ตราสารหนี้คือคำตอบที่นักลงทุนทั่วโลกเลือกใช้ แต่คำถามที่ตามมาคือควรลงทุนตราสารหนี้ไทยหรือออกไปลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ? Global Bond หรือกองทุนตราสารหนี้ทั่วโลก กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในยุคที่ดอกเบี้ยทั่วโลกเข้าสู่ขาลง

บทความนี้จะเปรียบเทียบ Global Bond กับ Thai Bond ในมิติสำคัญ เพื่อช่วยให้นักลงทุนเลือกได้อย่างเหมาะสม

Global Bond คืออะไร?

Global Bond คือกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้จากหลายประเทศทั่วโลก ครอบคลุมทั้งพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ภาคเอกชนในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศเกิดใหม่ ส่วน Thai Bond หมายถึงตราสารหนี้ที่ออกในประเทศไทย เช่น พันธบัตรรัฐบาลไทยและหุ้นกู้บริษัทไทย การเปรียบเทียบสองสินทรัพย์นี้ต้องดูหลายปัจจัยควบคู่กัน

เปรียบเทียบ Global Bond กับ Thai Bond

1.ผลตอบแทน

ในประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ Bond Yield พันธบัตรรัฐบาลปัจจุบันอยู่ในระดับสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาลไทย ทำให้ Global Bond มีโอกาสสร้างผลตอบแทนน่าสนใจกว่าในแง่ดอกเบี้ยที่ได้รับ

ขณะเดียวกันเมื่อ Bond Yield เริ่มปรับลดในช่วงดอกเบี้ยขาลง Global Bond ยังมีโอกาสได้กำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ซึ่ง Thai Bond ก็ได้รับประโยชน์เช่นกันแต่ในขนาดที่อาจต่างกัน

2.ความหลากหลายและการกระจายความเสี่ยง

Global Bond มีจุดแข็งที่ความหลากหลายของตราสารและประเทศ การลงทุนในกองทุนเดียวสามารถถือตราสารหนี้ได้หลากหลายอุตสาหกรรมและภูมิภาค ทำให้ความเสี่ยงไม่กระจุกอยู่ที่เศรษฐกิจประเทศใดประเทศหนึ่ง

ขณะที่ Thai Bond ผูกติดกับเศรษฐกิจไทยและนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับสินทรัพย์ประเภทนี้สามารถศึกษาตราสารหนี้คืออะไร อธิบายภายใน 5 นาทีเพื่อเข้าใจพื้นฐานก่อน

3.ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน

จุดสำคัญที่ทำให้ Global Bond ต่างจาก Thai Bond คือเรื่องค่าเงิน Global Bond ส่วนใหญ่ลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศ ทำให้ผลตอบแทนเมื่อแปลงเป็นเงินบาทผันผวนตามอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อเงินบาทอ่อนค่าผลตอบแทนเป็นเงินบาทจะเพิ่มขึ้น

แต่ในทางกลับกันเมื่อเงินบาทแข็งค่าผลตอบแทนอาจหายไปจากกำไรในตราสาร นักลงทุนสามารถเลือกกองทุน Global Bond ที่ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Currency Hedged) ได้ ซึ่งจะลดความผันผวนแต่มีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ส่วน Thai Bond ไม่มีความเสี่ยงด้านนี้เพราะลงทุนในสกุลเงินบาท

4.สภาพคล่องและการเข้าถึง

นักลงทุนรายย่อยในไทยเข้าถึง Thai Bond ได้ง่ายกว่าผ่านพันธบัตรออมทรัพย์ของรัฐบาลและหุ้นกู้ที่จำหน่ายผ่านธนาคาร

ส่วน Global Bond มักเข้าถึงผ่านกองทุนรวมที่บริหารโดยมืออาชีพ ทำให้ไม่ต้องเลือกตราสารเอง แต่อาจมีค่าธรรมเนียมการบริหารเพิ่ม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Global Bond

Q: ลงทุน Global Bond เหมาะกับใคร?

A: เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงออกจากเศรษฐกิจไทย รับความเสี่ยงค่าเงินได้ระดับหนึ่ง และมองหาผลตอบแทนที่อาจสูงกว่า Thai Bond ในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงที่ดอกเบี้ยทั่วโลกเข้าสู่ขาลง การเลือกกองทุน Currency Hedged ช่วยลดความเสี่ยงค่าเงินได้

Q: ควรแบ่งสัดส่วนระหว่าง Global Bond กับ Thai Bond อย่างไร?

A: ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ นักลงทุนที่เน้นความมั่นคงในเงินบาทอาจถือ Thai Bond เป็นหลักและมี Global Bond เป็นส่วนเสริม ส่วนผู้ที่อยากกระจายความเสี่ยงระหว่างประเทศอาจถือสัดส่วนใกล้เคียงกัน การปรึกษาที่ปรึกษาการลงทุนช่วยกำหนดสัดส่วนที่เหมาะสม

เลือกตราสารหนี้ที่ใช่กับพันธมิตรการลงทุน

Global Bond และ Thai Bond ต่างมีจุดเด่นและความเหมาะสมของตัวเอง การมีทั้งสองในพอร์ตช่วยให้นักลงทุนกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าเลือกประเภทเดียว Yuanta Securities ในฐานะโบรกเกอร์หมายเลข 19 ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.

ด้วยประสบการณ์กว่า 49 ปี ในตลาดทุนไทย พร้อมให้บริการการลงทุนตราสารหนี้ครบวงจร ทั้งหุ้นกู้ พันธบัตร และกองทุนรวมตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านบริการ Yuanta Wealth ที่ผสมผสานคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยี AI ช่วยให้คุณเลือกตราสารหนี้ที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนได้อย่างมั่นใจ

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ราคาตราสารหนี้อาจผันผวนตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย ตราสารหนี้ภาคเอกชนมีความเสี่ยงด้านเครดิตที่ผู้ลงทุนต้องพิจารณา

Open Account Yuanta